บทที่ 10 ผีหล่อ
สองสาวคุยเสร็จก็วางสายติชาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าดูเฟสของเธอและตอบคอมเม้นของเพื่อนก่อนจะปิดเครื่องเพราะง่วงนอนแต่ด้วยความสว่างทั้งห้องทำให้เธอพออยู่ได้ไม่เหมือนสมัยเด็กที่เธอจะร้องหาพ่อกับแม่มานอนด้วยเป็นประจำพอเข้ามัธยมเธอก็นอนคนเดียวได้เพราะเป็นห้องของเธอที่คุ้นเคยจึงทำให้เธอไม่ค่อยไปค้างที่อื่นยกเว้นบ้านของป้าณาที่เธอจะได้สิทธ์นอนที่ห้องป้าณาเพราะท่านรู้ว่าหลานสาวกลัวจึงนอนกับท่านทุกครั้งเมื่อมาค้างที่บ้านท่านแม้ว่าเธอจะมีห้องส่วนตัวในบ้านของท่านก็ตามสาวน้อยนอนไม่หลับจึงหยิบหูฟังมาเปิดเพลงฟังและดูข่าวของดาราคนดังทั้งหลายแหล่รวมถึงพี่โดมของเธอด้วยจนหลับไปไม่รู้ตัว
ที่คลับหรู
วโรโดมมาถึงก็นั่งดื่มคุยกันกับปองคุณและพี่ตี๋เล็กกับลูกน้องของพี่ตี๋เล็กที่รู้จักกันอีกสองคนต่างก็คุยกันถึงเรื่องงานที่มีปัญหาและเขาได้จัดการให้พี่ตี๋เล็ก ส่วนดาราสาวนั้นเขาคงยังไม่ป้อนงานให้เพราะตอนนี้บริษัทลูกทั้งหลายคงได้รับข่าวกันอย่างทั่วถึงเพราะคนทั้งกองเขาไม่สามารถห้ามได้จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยใครทำอะไรไปก็รับกันไปละกัน
“ไม่สงสารเด็กเก่าแกหน่อยเหรอวะโดม โอ้ย ไอ้เพื่อนบ้าเจ็บนะโว้ย” ปองคุณเพิ่งรู้เรื่องเขาก็กระซิบแซวเพื่อนรักแต่เขากลับถูศอกแหลมของเพื่อนรักถองสีข้างสะดุ้งเจ็บเลยทีเดียว
“ฉันลืมไปแล้วด้วย จบนะเพื่อน” สองหนุ่มเข่นเขี้ยวใส่กันจนตี๋เล็กกับลูกน้องขำที่สองหนุ่มกระเซ้ากันแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เมื่อดื่มกันได้ที่แล้วก็แยกย้ายกันกลับโดยที่คืนนี้วโรโดมไม่ได้สนใจสาวสวยที่ส่งสายตามาให้อยู่บ่อยๆเขาไม่มีอารมณ์จะออกกำลังกับใครเพราะวันนี้รู้สึกผิดกับยัยเด็กแสบของเขาที่บอกว่าจะไปส่งเธอแต่เขากลับผิดนัดเอง แล้วจะทำยังไงดีล่ะจะง้อยัยเด็กแสบยังไงดี
“กลับบ้านนะครับพี่เมธ”
“ครับคุณโดม” เมธารับคำสั่งเจ้านายเขาก็เคลื่อนรถออกไปจากคลับโดยมีรถของปองคุณตามาติดๆก่อนจะแยกไปอีกทางเพราะถึงคอนโดก่อนแต่คืนนี้เขาจะกลับไปนอนบ้านแล้วจะได้ไปรับกันติชาแต่เช้าเพื่อชดใช้ความผิดเมื่อตอนเย็น
เวลา06.00น.
กันติชาตื่นขึ้นมาด้วยความเกลียดคร้านเพราะเมื่อคืนเธอนอนหลับๆตื่นๆเพราะความกลัวที่อยู่คนเดียวแต่เธอก็ผ่านมาได้มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดต้องขอบคุณวโรโดมที่ทำให้เธอโกรธเขาจนลืมกลัวจนไม่อยากเจอหน้าของวโรโดมแต่เธอต้องไปทำงานเหลืออีกแค่เดือนเดียวเธอก็จะฝึกงานเสร็จจึงนอนบิดตัวอยู่บนเตียงเพราะเข้าทำงานแปดโมงเช้าเธอยังมีเวลาเหลือเฟือไม่ต้องรีบเหมือนอยู่ที่บ้านคิดแล้วก็ดีเหมือนกันเธอจะค้างที่เพนท์เฮ้าส์จนกว่าพ่อแม่จะกลับจากไปเที่ยวก่อนจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัวกินอาหารเช้าก่อนลงไปทำงาน
วโรโดมตื่นมาเขาก็อาบน้ำแต่งตัวลงมาจากชั้นบนก็เดินผ่านห้องอาหารที่คุณตาคุณยายนั่งอ่านหนังสือพิมพ์และทานอาหารเช้าอยู่
“ผมไปทำงานก่อนนะครับคุณตาคุณยาย” ชายหนุ่มตะโกนเข้าไปในห้องอาหารและยกมือไหว้พวกท่านก่อนไปทำงาน
“ดูเจ้าหลานคนนี้สิ มานอนบ้านทั้งทีก็ไม่มากินข้าวกับตายายเลยนะ” คุณยายบ่นหลานชายที่มักจะนอนที่คอนโดของเขามากกว่ามานอนบ้านแต่ช่วงที่ลูกสาวของท่านไปเที่ยวหลานชายจึงมาพักบ่อยขึ้นเพราะเป็นห่วงตายายที่อยู่กับคนงานในบ้าน
“ช่างเถอะน่ายาย เจ้าโดมมันโตจนหมาเลียก้นมันมาถึงแล้วเอาไว้มีครอบครัวเมื่อไหร่หลานมันก็อยู่บ้านเองแหละ” คุณตาสิงห์บอกคู่ทุกคู่ยากที่อยู่กินกันมานานก่อนจะได้ยินเสียงรถของหลานชายขับออกไปจากบ้านหรือคฤหาสน์หลังใหญ่เพื่อไปรับกันติชา
เมื่อไปถึงชายหนุ่มก็ลงจากรถเดินเข้าบ้านก็เจอกับป้าจิตรแม่ของเพื่อนรักที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กเพราะเขาเข้าออกบ้านหลังนี้เหมือนกับบ้านตัวเองพอๆกับกันติชาที่เข้าออกบ้านของเขาราวกับบ้านตัวเองและยังมีห้องส่วนตัวอีกด้วยแต่เขาไม่มี
“สวัสดีครับป้าจิตร”
“สวัสดีค่ะคุณโดม มีอะไรคะถึงมาแต่เช้า” ป้าจิตรถามหนุ่มหล่อคู่หมั้นของคุณหนูที่มาแต่เช้าหรือต้องการอะไร
“ผมมารับติชาครับ”
“อ้าว ก็เมื่อคืนคุณหนูบอกว่าติดงานก็เลยค้างที่เพนท์เฮ้าส์ค่ะ คุณโดมไม่รู้เหรอคะ” ป้าจิตรถามอย่างสงสัยก็คุณหนูบอกว่ามีงานนี่นา
“อ่อ จริงครับ ผมลืมไปงั้นผมไปทำงานก่อนนะครับ สวัสดีครับ” วโรโดมรีบลาแม่เพื่อนแล้วบอกให้เมธาไปที่บริษัทเลย
“เฮ้อ ผมจะทำยังไงกับยัยเด็กแสบนี่ดีครับพี่เมธ” ชายหนุ่มถามคนสนิทเพราะตั้งแต่กันติชามาฝึกงานที่นี่เมื่อสองเดือนก่อนเขายังไม่ปวดหัวเท่าตอนนี้ที่แม่และป้าตีทิ้งให้เขาดูแลและทำความสนิทสนมกันเพราะใกล้วันแต่งงานเข้ามาเรื่อยๆแล้วแต่เขาและกันติชายังไปไม่ถึงไหนเลย
“ก็แต่งงานไงครับ” เมธาตอบแล้วยิ้มขำเมื่อเห็นหน้าของเจ้านายทางกระจกมองหลัง
“โธ่พี่เมธผมพูดจริงๆนะครับ” นี่เขาปรึกษาผิดคนหรือเปล่านี่
“คุณโดมก็อย่าไปบังคับน้องติชามากสิครับ เด็กสาววัยนี้หัวรุนแรงมีความคิดเป็นของตัวเองหากรักก็รักเลยหากเกลียดก็เกลียดแรง ให้เธอเป็นตัวของตัวเองเถอะครับ” เมธารู้ว่าเจ้านายไม่พอใจที่ถูกบังคับมากกว่าแต่ในใจลึกๆก็คงชอบกันติชาเหมือนกันเพราะเขาเห็นวโรโดมเผลอตัวมองกันติชามันเหมือนรักและห่วงใยแต่เวลาปกติชายหนุ่มก็จะแกล้งไม่สนใจ
“ลองผมปล่อยสิครับ แม่จะได้เล่นงานผมประไร ท่านยิ่งรักยิ่งห่วงของท่านอยู่ด้วย”
“งั้นคุณโดมก็ทำใจเถอะครับ” เขาก็ไม่รู้จะบอกยังไงเพระชายหนุ่มก็เป็นห่วงความรู้สึกของแม่และยัยเด็กแสบของเขา จนถึงบริษัทในเวลาเจ็ดโมงกว่านิดๆวโรโดมก็ลงจากรถเข้าลิฟต์ส่วนตัวขึ้นไปชั้นบนสุดทันทีเมื่อไปถึงเขาก็กวาดสายตาหายัยเด็กแสบแต่ไม่เห็นเขาจึงนั่งรออย่างใจเย็นจนผ่านไปสิบนาทีประตูฝั่งห้องพักของป้าตีก็เปิดออกร่างสมส่วนเดินก้มหน้าออกมาสาวน้อยจัดเข็มขัดให้มันตรงแล้วเงยหน้าขึ้น
“เฮ้ยย” เสียงหวานร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นวโรโดมนั่งไขว่ห้างหน้าบึ้งอยู่ที่โซฟารับแขกกลางห้องรับแขก
“ตกใจมากเลยเหรอที่เห็นพี่” สายตาคมดุกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าวันนี้ยัยเด็กแสบแต่งชุดนักศึกษาเรียบร้อยน่ารัก เฮ้ น่ารักเหรอ เขามองกันติชาเขม็ง
“ก็ตกใจสิถามได้ ติชานึกว่าผี”
“ผีอะไรจะหล่อขนาดนี้กันติชา” วโรโดมยกมือกุมขมับดูเอาเถอะหาว่าเขาเป็นผีหากเป็นจริงจะมาหลอกยัยเด็กแสบเป็นคนแรกเลย
“เฮ้อะ คนอะไรชมตัวเองอย่างไม่อายปากเลย” ริมฝีปากจิ้มลิ้มพึมพำเบาๆแต่เขาก็หูดีได้ยิน
“หรือไม่จริงล่ะ” หนุ่มหล่อมองตามแผ่นหลังบอบบางที่เดินไปในห้องครัวก่อนจะหยิบนมออกมาเทใส่แก้วแล้วถือเดินมานั่งที่โต้อาหารก่อนจะเหลือบมองคนหล่อแล้วแบะปากอย่างหมั่นใส้ก่อนจะยกนมขึ้นดื่มต่างนิ่งเงียบเมื่อไม่มีใครพูดก่อนเสียงเคาะประตูห้องจะดังขึ้น
